Black Ribbon

กำไรอุตฯ จีนโตแผ่วแต่ยังแตะสองหลัก พึ่งพาส่งออกพยุงอุปสงค์ในประเทศ

01 กรกฎาคม 2569
กำไรอุตฯ จีนโตแผ่วแต่ยังแตะสองหลัก พึ่งพาส่งออกพยุงอุปสงค์ในประเทศ
  • กำไรภาคอุตสาหกรรมจีนในเดือนพฤษภาคมยังคงเติบโตในระดับเลขสองหลักที่ 21.1% แม้จะมีอัตราที่ชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน
  • การเติบโตนี้สะท้อนการพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักเพื่อชดเชยอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ ซึ่งถูกกดดันจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์และการบริโภคที่ซบเซา
  • ผลกำไรมีความเหลื่อมล้ำสูงระหว่างอุตสาหกรรม โดยกลุ่มคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์เติบโตกว่า 100% จากกระแส AI สวนทางกับกลุ่มยานยนต์และเฟอร์นิเจอร์ที่กำไรหดตัวลงอย่างหนัก
  • ภาคธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นจากเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิต และคาดว่ารัฐบาลจีนจะออกมาตรการสนับสนุนแบบเจาะจงเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพ

สำนักข่าว Reuters รายงานว่า กำไรของบริษัทอุตสาหกรรมจีนเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมายังคงเติบโตในระดับเลขสองหลัก แม้จะมีอัตราที่ชะลอตัวลงก็ตาม สถานการณ์นี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำที่ขยายวงกว้างขึ้นในระบบเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาผลผลิตจากโรงงานและการส่งออกเป็นหลัก เพื่อชดเชยอุปสงค์ภายในประเทศ

การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง โดยถูกฉุดรั้งจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อและความไม่สมดุลเชิงโครงสร้างที่ฝังลึก ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศ ขณะเดียวกัน ธุรกิจต่างๆ ที่พยายามหลีกหนีการแข่งขันที่ดุเดือดในประเทศ กลับต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนระลอกใหม่จากความขัดแย้งในอิหร่านที่ยืดเยื้อ

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมาระบุว่า การเติบโตของกำไรในบริษัทอุตสาหกรรมของจีนในเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 21.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการชะลอตัวลงจากระดับ 24.7% ในเดือนเมษายน อย่างไรก็ตาม ยอดรวมกำไรในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าสูงกว่าตัวเลขการเติบโต 18.2% ในช่วง 4 เดือนแรก

จ้าวเผิง ซิง (Zhaopeng Xing) นักยุทธศาสตร์อาวุโสฝ่ายจีนจากสถาบันการเงิน ANZ ให้ความเห็นว่า "ภาคอุตสาหกรรมต้นน้ำและอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์มีการเติบโตพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ภาคการผลิตปลายน้ำยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีราคาผู้ผลิต สิ่งนี้บ่งชี้ว่าการปรับตัวดีขึ้นของราคาเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรขององค์กรเติบโต"

แนวโน้มผลประกอบการมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละภาคอุตสาหกรรม ได้แก่

กลุ่มที่เติบโตโดดเด่น คือ กำไรของผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ พุ่งทะยานถึง 103.9% ในช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคม ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 43.1% ของการเติบโตของกำไรในภาคอุตสาหกรรมทั้งหมด โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสการลงทุนด้าน AI ทั่วโลก นอกจากนี้ กำไรจากภาคการทำเหมืองและการแปรรูปแร่โลหะนอกกลุ่มเหล็กก็พุ่งสูงถึง 93.9%

ส่วนกลุ่มที่หดตัวในทางตรงกันข้าม คือ กำไรของกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์กลับร่วงลง 19.8% แม้ตัวเลขการส่งออกจะยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่กำไรของผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ทรุดหนักถึง 58.4%

เทียนเฉิน ซวี่ (Tianchen Xu) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Economist Intelligence Unit ชี้ว่า ความแตกต่างดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการลดระดับความรุนแรงในความขัดแย้งกับอิหร่าน โดยระบุว่า "เมื่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับมาดำเนินการได้ และราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลง เราน่าจะได้เห็นกำไรในภาคอุตสาหกรรมปลายน้ำค่อยๆ ฟื้นตัว"

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ผู้กำหนดนโยบายของจีนจะยกระดับมาตรการสนับสนุนแบบเจาะจงเป้าหมาย เพื่อรักษาเสถียรภาพความสามารถในการทำกำไรขององค์กรธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะที่การควบรวมกิจการกำลังเร่งตัวขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องรับมือกับภาวะกำลังการผลิตส่วนเกิน และการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น

นอกจากนี้ แหล่งข่าวเปิดเผยเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า ธนาคารกลางจีนได้สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์บางแห่งเพิ่มการปล่อยสินเชื่อในเดือนนี้ ซึ่งถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าความต้องการสินเชื่อในตลาดยังคงอ่อนแอ ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังพยายามรับมือกับภาวะการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา

ปัญหาดังกล่าวยังถูกซ้ำเติมด้วยดัชนีราคาผู้ผลิต (Factory-gate inflation) ของจีนในเดือนพฤษภาคมที่เร่งตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี ส่งผลให้แรงกดดันด้านต้นทุนเข้ามาบีบคั้นกำไรของบริษัทต่างๆ อย่างหนัก

หมายเหตุ: ข้อมูลตัวเลขกำไรภาคอุตสาหกรรมนี้ ครอบคลุมเฉพาะบริษัทที่มีรายได้ประจำปีจากการดำเนินงานหลักอย่างน้อย 20 ล้านหยวน หรือประมาณ 2.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.